คิดถึงชีวิตแม่บ้าน
posted on 27 Aug 2009 21:36 by chabarimklongช่วงนี้ไม่รู้เป็นไร
รู้สึกเบื่องานที่ทำเหลือเกิน
กว่าจะขุดตัวเองจากที่นอนในตอนเช้าได้
ช่างยากเย็นแสนเข็น
ตอนเช้าขับรถไปทำงาน
ผ่านบ้านคนอื่นเค้า เห็นบรรดาแม่บ้าน
ออกมาตากผ้าหน้าบ้าน บางคนก็ป้อนข้าวลูกในรถเข็นเด็ก
บ้างรถน้ำต้นไม้ กวาดใบไม้หน้าบ้าน
เฮ้ย.........นั่นมันชิวิตเราเมื่อก่อนนี้ชัดๆ
ที่เค้าพูดกันว่าคนเรามักไม่ค่อยพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่
มันคงเป็นอย่างนี้นี่เอง
อีตอนอยู่บ้านเป็นแม่บ้านก็ดิ้นรนอยากจะทำงานกะเค้าบ้าง
พอได้มาทำงานกลับไปคิดถึงตอนเป็นแม่บ้านซะงั้น
ครอบครัวเราถ้าจะว่ากันตามหลักวิชาสังคม
คงจะเรียกว่าครอบครัวเดี่ยว คือ ทั้งบ้านมีกันแค่ พ่อแม่ลูก
ไม่ใช่ครอบครัวขยาย ที่มีพี่ป้าน้าอาปู่ย่าตายายอยู่ในบ้านเดียวกัน
เราเลยเลี้ยงลูกเองตั้งแต่เกิด ใช้ชีวิตเป็นแม่บ้าน
ทำหน้าที่เมียและแม่มาตลอด จนกระทั่งลูกอยู่อนุบาล2
เลยเริ่มรู้สึกว่าอยากจะออกไปทำงานนอกบ้านบ้าง
ตอนนั้นไม่รู้อะไรเข้าสิง อยู่ๆก็เกิดกลัวขึ้นมาว่าเราไม่มีอาชีพ
ไม่มีรายได้ส่วนตัว(นอกจากที่สามีให้)เลยนี่หว่า
แล้วถ้าเกิดวันไหนพ่อไอ้โฟล์คมันเป็นไรขึ้นมา เราจะทำไงวะ
ไม่ได้การละ หางานทำดีกว่า ก็หางานอยู่นาน
ไปสมัคร ไปสัมภาษณ์อยู่หลายที่ จนท้อ
เพิ่งรู้ว่าผู้หญิงที่มีลูกแล้วมันช่างหางานยากเสียนี่กระไร
เกือบจะถอดใจอยู่แล้ว ก็ได้งานที่บริษัทไม่ไกลจากบ้าน
ปรากฎว่าทำได้สองเดือน
หายนะก็มาเยือน
พนักงานคนอื่นเค้ายกทีมออกกันทั้งบริษัทเลยครับพี่น้อง
เออ..กรรม แล้วกรูจะอยู่ทำไมล่ะ
เลยรู้อีกอย่างว่า ที่ไหนมันรับคนง่ายๆ สันนิษฐานไว้ก่อนเลย
ว่ามันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล
กลับมานั่งจิตตกอยู่ที่บ้าน
จนกระทั่งวันนึง เจ้านายคุณสามีก็ฝากมาถามว่าสนใจจะไปทำงานกับเค้ามั๊ย
อารมณ์นั้นเหมือนปลาสวายเห็นเหยื่อ ให้ทำไรไม่รู้แหละกูเอาไว้ก่อน
แล้วก็ทำมาจนถึงวันนี้แหละ อย่าถามเลยนะว่าทำอะไร
สากกะเบือยันเรือรบมันเป็นอย่างนี้นี่เองค่ะ
เก็บขี้หมาเจ้านายกรูก็ทำมาแล้ว
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ประมาณสามเดือน
เจ้านายเดิมมาบอกว่าขึ้นเงินเดือนให้ ตอนนั้นดีใจโคตรๆ
เจ้านายคงเห็นความดีกูแน่ๆ โอ..ขอบคุณสวรรค์
ถัดมาอีกสองวัน เดินมาบอกกรูว่า
เงินเดือนขึ้นแต่ต้องมาทำงานเสาร์เว้นเสาร์นะ
นาทีนั้นอยากตอบกลับไปเหลือเกินว่า
"พี่คะ หนูขอเงินเดือนเท่าเดิม แต่ได้หยุดวันเสาร์เหมือนเดิมได้มั๊ย"
แต่ก็กลัวว่าพี่เค้าจะให้หยุดตลอดชีวิตมากกว่า
เลยจำยอมทำไป คิดไว้ว่ามีงานทำก็บุญแล้วกรู
(นึกถึงคำของพี่ติ๊งโหน่ง ณ exteen ที่บอกว่าตอนนี้ใครมีงานทำก็ถือว่าชาติที่แล้วทำบุญมามาก)
บางคนอาจสงสัย แค่มาทำงานวันเสาร์จะอะไรนักหนา
ไม่อะไรหรอกค่ะ แค่ต้องหาคนเลี้ยงลูก ฟรีๆมีมั๊ยคะ
ไม่มีหรอกค่ะ แล้วออกมาทำงานไม่ได้ขี่ช้างไป รถใช้น้ำมันนะคะ
เงินเดือนเพิ่มมาก็จริงค่ะ แต่รายจ่ายก็วิ่งตามตูดมาติดๆเหมือนกัน
ลูกเต้าจะพานกลายเป็นเด็กมีปัญหาไปอีก
ช่วงนี้มันเริ่มไซโคแม่มันแล้วด้วย
คือ เมื่อก่อนตอนเช้ามันก็จะบอก"แม่มารับเร็วๆนะ อยากให้แม่มารับเร็วๆ"
แต่ก็ยังได้กลับเย็นทุกวัน (เลิกงานห้าโมงเย็น ต้องจ้างครูให้ดูแลตอนเย็น)
ตอนแรกจะให้นั่งรถโรงเรียนมาลงที่ออฟฟิศ อีรถโรงเรียนก็ดั๊นไม่มีเส้นทางนี้
จนเดี๋ยวนี้มันไม่บอกให้มารับเร็วแล้ว แต่มันบอก
"แม่ๆ เนี่ย กั๊ตจังเค้ากลับบ้านเร็วทุกวันเลย แม่เค้านะมารับเร้วเร็ว"
เอ่อ..นี่ลูกมันต้องการสื่ออะไรกะกรูวะเนี่ย
ตอนนี้เลยคิดถึงชีวิตแม่บ้านอย่างแรง
คิดถึงการทำงานบ้านแบบบ้าคลั่ง
คิกถึงการตากผ้าตอนเช้าๆ
คิดถึงการขับรถไปรับลูกตอนบ่ายสาม
คิดถึงการไปจ่ายตลาด
คิดถึงการทำกับข้าวกินเอง
คิดถึงอีเพิ้ง หัวยุ่ง หน้ามัน มีนึงถือกระเป๋านักเรียนลูก อีกมือหิ้วโน้ตบุ้คผัว
เดินมาส่งลูกไปเรียนส่งผัวไปทำงานตอนเช้า
คิดถึงชีวิตที่ไม่ต้องรีบจนหูตูบ
คิดถึงเวลาที่ลูกปั่นจักรยานเล่นหน้าบ้านตอนเย็นๆ
แต่ก็นะ.......
บางทีชีวิตคนเราก็ไม่สามารถทำทุกอย่างที่ใจอยากได้
ก็ต้องปรับตัวกันไป
เหมือนที่ป้า กมลา บอกไว้ไง
"อยู่ที่เรียนรู้.....
อยู่ที่ยอมรับมัน.....
ตามความคิดสติเราให้ทัน....
อยู่กับสิ่งที่มี ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน....
และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด"
ชีวิตไม่สิ้นก็ดิ้นกันไปเนอะ
ปล.เอนทรีนี้ขอบ่นเรื่องตัวเองหน่อย คงไม่รำคาญกันนะ
ภาพของการเป็นแม่บ้านที่เล่ามา ดูไม่น่าเบื่อนะคะอยากเป็นแบบนั้นบ้างจัง 55++
#1 By Pat on 2009-08-27 23:23